ความเป็นมา

         จากรายงานผลการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ตัวบ่งชี้คุณภาพที่มหาวิทยาลัยได้คะแนนประเมินต่ำมาก คือ

              ๑) ตัวบ่งชี้ที่ ๒.๓ อาจารย์ประจำที่ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ได้คะแนนประเมิน ๑.๘๑
           ๒) ตัวบ่งชี้ที่ ๒.๔ ระบบการพัฒนาคณาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุน ได้คะแนนประเมิน ๒.๐๐
              ๓) ตัวบ่งชี้ที่ ๒.๑๓ (สมศ.๑๔) การพัฒนาคณาจารย์ ได้คะแนนประเมิน ๒.๓๑

          นอกจากตัวบ่งชี้คุณภาพดังกล่าวแล้ว มหาวิทยาลัยได้เห็นความสำคัญและพยายามแก้ไขปัญหา ตัวบ่งชี้ สมศ.ที่ ๗ ผลงานทางวิชาการที่ได้รับการรับรองคุณภาพ ซึ่งตำราหรือหนังสือที่มีการตรวจอ่านโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ก็จะได้ค่าน้ำหนัก ๐.๗๕ คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ในคราวประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๗ จึงพิจารณาการกำหนดเกณฑ์และอัตราค่าตอบแทนที่เหมาะสมสำหรับผู้ทรงคุณวุฒิอ่านและรับรองคุณภาพเอกสารทางวิชาการ และมีมติให้กำหนดอัตราค่าตอบแทนผู้ทรงคุณวุฒิ ในอัตราเหมาจ่ายเล่มละไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท/เรื่อง/คน

          จากประเด็นปัญหาดังกล่าวเป็นสาเหตุให้มหาวิทยาลัยต้องมีการพัฒนาบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน ซึ่งจากข้อมูลบุคลากรสายวิชาการทั้งข้าราชการและพนักงานมหาวิทยาลัยที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ปรากฏว่าเป็นตำแหน่งอาจารย์ค่อนข้างมาก แต่ตำแหน่งทางวิชาการ ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ ค่อนข้างน้อย ในจำนวนนี้ปรากฏว่ามีอาจารย์ คุณวุฒิปริญญาโท ที่ปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี สามารถขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ได้ เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ๓๘ คน และพนักงานมหาวิทยาลัยถึง ๑๓๙ คน รวมเป็น ๑๗๗ คน ที่ไม่มีตำแหน่งทางวิชาการ หรืออาจารย์ คุณวุฒิปริญญาเอก ที่ปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี สามารถขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ได้ ปรากฏว่าเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ๒๑ คน และพนักงานมหาวิทยาลัยถึง ๓๐ คน รวมเป็น ๕๑ คน ที่ไม่มีตำแหน่งทางวิชาการ

          สำหรับผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่ปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี สามารถขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ระดับรองศาสตราจารย์ได้ปรากฏว่าเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ๕๙ คน และพนักงานมหาวิทยาลัย ๕ คน รวมเป็น ๖๔ คน หรือรองศาสตราจารย์ที่ปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี สามารถขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ระดับศาสตราจารย์ได้ปรากฏว่าเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ๑๓ คน พนักงานมหาวิทยาลัยไม่มี จากตัวเลขเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้มหาวิทยาลัยต้องคิดว่าทำอย่างไรที่จะพัฒนาอาจารย์ทั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาและพนักงานมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะพนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งจะเป็นคนส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยในอนาคต ที่จะต้องรับผิดชอบมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้อยู่ต่อไปอย่างมีศักยภาพ ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงเกิดแนวคิดและกำหนดเป็นนโยบายที่จะพัฒนาบุคลากรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุน โดยแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานขึ้น ๒ โครงการ ดังนี้

              ๑) คณะกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนาคณาจารย์ประจำเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ (ศูนย์บ่มเพาะนักวิจัยและคณาจารย์)
              ๒)คณะกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนาบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัย 
 
^